ซ้อมมาได้อาทิตย์กว่า กลับมาเจ็บสบัก ปวดคอมากเลยครับ เจอClipนี้เลยอยากshareครับ
BackToSwing:ยืดสบัก หลังเล่นGolfครับ
•กันยายน 23, 2011 • ให้ความเห็นBackToSwing: กลับมาจับอาวุธ
•กันยายน 22, 2011 • ให้ความเห็นหลังจากวางมือจาก Golf มานาน 5ปี วันนี้กลับมาเล่น Golf อีกครั้ง แรกๆคิดว่าแค่หากีฬา ออกกำลังกาย หรือกิจกรรม Hobby กะแฟนเฉยๆ ไปๆมาๆเป็นจริงเป็นจังไปซะอย่างงั้น แต่ก็คิดว่าแค่สนุกๆเท่านั้นครับ เพราะว่าเดิมทีผมเองก็ชอบกีฬาGolf แต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเมื่อก่อนช่วงที่พักไป หาโอกาสที่จะเล่นไม่ค่อยจะได้เท่านั้นเอง เดิมๆวงสวิงก็ไม่ได้ดีอะไร หัดเอาเองไม่ได้มีโปรคอยจับ อาศัยตำราบ้าง ซ้อมบ่อยๆ และให้ผู้ใหญ่ หรือเพื่อนที่เค้าเล่นเป็นช่วยดูครับ
วงสวิงของผมก็ออกแนวตีเข่น ตีกระชากเสียด้วยซ้ำ แถมไม่เสถียรอีกตะหาก หุห หุ รวมๆแล้วสักแต่ว่าตีมากกว่าครับ 555 55 แต่ที่เล่นเพราะว่าใจรัก และก็ได้พูดคุยกะเพื่อน เท่านี้เองล้วนๆครับ พอได้กลับมาตีก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกครับ ทันทีที่ได้จับเหล็ก หวดเล่นๆ ขำๆที่สนามไดร์ฟแล้ว เหมือนเราได้กลับมาเจอเพื่อนเก่า ความรู้สึกเก่าๆ ยังไงอย่างงั้นครับ 555 55
“เพื่อนเก่าที่เปลี่ยนไป”
ผมหมายถึงวงสวิงครับ แฮ่ะๆๆ หลังจากที่ทิ้งไปแล้วเกือบ 5ปี กลับมาซ้อมอีกหน ช่วงแรกๆที่ลองตีเล่นๆ ที่สนามไดร์ฟสัก 2-3 หน เกิดอาการและรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่แย่ลงครับ… อาจเป็นเพราะเราอายุมากขึ้น และก็ทิ้งไปเสียนาน วงสวิงก็รู้สึกแข็งๆ ข้อและแขนก็ไม่ค่อยทำงานอย่างที่ใจนึก เคยได้ยินว่า
Golfกับความผิดพลาด เป็นของคู่กัน เพียงแต่ว่ามากหรือน้อย แล้วเราพอใจกับมันหรือเปล่า??
บังเอิญว่าความผิดพลาดต่อจำนวนครั้งที่ตีของผมมันเยอะไปหน่อยครับ วงสวิงเร็วแบบกระชาก แต่ขาดความแม่นยำ ฟาดกะพื้น ตัวแข็งๆ ตีSlice(ออกขวา)บ่อยๆ และที่สำคัญความเสถียรน้อยมากครับ แรกๆ หน สองหน ที่ไปซ้อมที่สนามไดร์ฟ คิดว่าอาการนี้พอรับได้ ซ้อมบ่อยๆน่าจะดีขึ้น แต่พอครั้งที่ 3,4 หรือหลังๆ ชักไม่ไหวครับ วงสวิงไม่พัฒนาขึ้นเลย เลยปรึกษากับแฟนว่า “คงถึงเวลาต้องแก้ไขจริงจัง จัดหนัก จัดเต็ม จัดชุดใหญ่ แล้วหล่ะ…”
“อาวุธเดิม”
ชุดเหล็ก PING EYE2 ผมได้รับตกทอดมาจากคุณอาครับ เท่าที่สืบค้นข้อมูลมา ผลิตในปี 1985 – 1990 ปีนี้ก็ปี2011แล้ว แสดงว่าเหล็กชุดนี้ ก็อายุราวๆ 20 กว่าปีเห็นจะได้ครับ โชคดีที่ web ของ PING เค้ายังเก็บข้อมูลชุดเหล็กเดิมๆเก่าๆอยู่ ผมเองก็อยากรู้มานานว่า ช่วงที่หัด Golf ผมใช้เหล็กปีไหน รุ่นอะไร แล้วมันดี แตกต่างจากรุ่นอื่นๆยังไง หาข้อมูลมาอ่านไว้สนุกๆครับ

“ค้นหาอาวุธใหม่”
ผมไปเดินเล่นกับแฟน ที่ห้างขายอุปกรณ์Golfแถวๆสีลมครับ เดินไปแบบคนไม่รู้อะไรเลย เพราะไม่ได้ติดตามเรื่องGolfเสียนาน คุยกับคนขายที่ร้านหลายๆร้าน ลองหลายๆยี่ห้อ ทั้งมือใหม่ มือสอง ผมไปลองมาหมดครับ Callaway X18 มือสองลองแล้ว แข็งๆคล้ายๆ PING EYE2 ที่มีอยู่เลย ตีแล้วออกขวาตลอด คิดว่าไม่น่าจะเป็นที่เหล็กมันเก่า แต่น่าจะเป็นที่ตัวเราเองมากกว่า 555 55 คนขายก็ทั้งเชียร์ ทั้งแนะมากมาย ลองไปลองมาหลายๆไม้ที่ร้านมือ2อยู่พักนึง กับพี่คนขายที่ร้านซะเหนื่อยเหงื่อแตก ชักหิวข้าว เลยขอตัวจากพี่คนขาย ออกไปเติมพลังก่อน… ใจจริง อยากลองมือหนึ่ง ยี่ห้ออื่นๆ อีกสักหน่อย แต่ยังหาข้ออ้างกับคนขายไม่ได้ เลยต้องใช้มุขนี้เป็นข้ออ้างครับ ไม่งั้นเสียตังก่อนเวลาอันควร อิ อิ
หลังเติมพลังเสร็จ เลยจูงแฟนไปลองขำๆ ที่ PING Shop กะลองของใหม่ซะหน่อย เลยถามพี่เซลที่Shopว่า “มือใหม่อย่างผม มีรุ่นไหนแนะนำบ้างครับ” เซลก็เลยคว้า G20 มาให้ลอง ทันทีที่ลองเทียบกับ EYE2 รู้สึกเลยว่า G20 ตัวใหม่เอี่ยมนุ่มมาก และตีง่ายกว่าจริงๆครับ คิดว่าใกล้เสียกะตังแน่ๆ แต่ราคา G20 แรงไปสำหรับมือกลับมาใหม่อย่างผม เลยบอกเซลว่า ขอเวลาคิดนิดนึง แล้วก็ขอนามบัตรไว้ ก่อนออกจากร้าน ด้วยความหลงไหล G20 ที่ติดตัวออกไป
ชั่งใจอยู่นานว่า มือหนึ่ง หรือ มือสองดี แฟนก็เลยบอกว่า “เลือกทั้งที ทำไมไม่เอาดีๆไปเลยหล่ะ?” ความชอบตอนนั้น โอนเอียงไปทาง PING G20 ค่อนข้างมาก แต่อีกใจนึงคิดว่า อยากลองความแปลกใหม่เพราะเหล็กเก่าก็ใช้ PING อยู่แล้ว แม้ว่าจะผ่านไปแล้ว 20 กว่าปี เทคโนโลยีการออกแบบเหล็กGolf จะเปลี่ยนไปเยอะก็ตาม พลางคิดในใจว่าเอาหล่ะขอลองดีๆ อีกสักยี่ห้อละกัน ถ้าไม่ถูกใจจะกลับไปคว้า G20 มาครองให้ได้…
เดินๆ อยู่เจอบูท Titleist ก็เลยลองเข้าไป พูดกับเซลที่บูทด้วยประโยคเดิมๆ เหมือนที่เคยพูดกับตอนเข้าไปลองที่ PING ว่าช่วยแนะนำเหล็กชุดสำหรับมือใหม่ เซลเลยหยิบ Titleist AP1 มาให้ดู จับๆดูก็รู้สึกว่า PING G20 ให้ความรู้สึกที่หัวเหล็กดีมาก ขนาดว่าเป็นก้านเหล็ก แต่ให้ความรู้สึกเบาเหมือนจับก้าน Graphite แตกต่างกับ Titleist AP1 ที่รู้สึกว่าหนักทั้งก้านและหัวเหล็ก เซลพูดชักชวนต่างๆนาๆ AP1 เทคโนโลยีวัสดุค่อนข้างน่าสนใจ เพราะว่าไม่ได้ใช้แต่ Stainless Steel อย่างเดียว แต่มีการใช้ Tungsten Nickel เข้ามาด้วย ผมก็เลยบอกว่างั้นผมขอลองเลยละกัน เซลก็ใจดีให้ลองทั้งก้านS และก้านR พอสวิงแล้วเห็นผลได้เลยว่า AP1 ก้านR ผมควบคุมทิศทาง(ตีตรง)ได้ดีกว่าก้านS ช่วง impact จังหวะดีๆเสียงนุ่ม และแน่นดี ตีเยอะๆไม่สะท้านข้อมือ(ผมตีเยอะกว่าตอนลอง PING G20 มากครับ) เหลือบดูราคา AP1 ถูกกว่า G20 เกือบๆ 4พันบาท มองหน้าแฟน(ผู้อนุมัติเงิน)แอบยิ้มเล็กน้อย แฟนรู้ทันทีว่าเสียตังแน่ๆ ผมพลางคิดในใจ
“สรุปว่าย้ายค่าย…”
MeeGo เวอร์ชั่น 1.2 ได้ Release อย่างเป็นทางการแล้ว
•พฤษภาคม 23, 2011 • ให้ความเห็นเป็นครั้งที่ 3 ของ MeeGo ได้ Release อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ได้เลื่อนกำหนดมาเป็นเวลา 1 เดือน สำหรับ feature ต่างๆที่น่าสนใจนั้นมีรายละเอียดดังนี้ครับ

- GCC 4.5.1 toolchain with great support for the Intel Atom* micro-architecture and the Intel SSSE3 instruction set, as well as with great ARM support. It has Linaro 2010.09 patches adding hard floating-point for all known ARMV7-A chipsets including Tegra2 and Marvell chips with sub-architectures of Thumb2/Neon.
- Linux kernel 2.6.37, with support for Intel Atom processor Z6xx series family and Nokia N900 with working power-management and numerous bug fixes.
- X.org Server 1.9.0 and Mesa 7.9.1, for improved 2D and 3D graphics performance.
- Qt 4.7.2 and Qt-mobility 1.2, providing a rich set of APIs for creating compelling applications that include location, sensors, contacts, and messaging. The new version of Qt enables GLLE-only builds and adds multi-point touch support through XInput2 API and many performance optimizations. On the ARM side, it conducts ARMv7 optimizations and runtime detection for enabling NEON optimization. For Qt-mobility 1.2, it adds a new connectivity subpackage and enhanced camera support, it also adds libva and GLESv2 shader support.
MeeGo นั้นเป็นระบบปฏิบัติการที่เป็น Open Source ซึ่งมีการทำงานบนพื้นฐานที่เป็น Linux-based ได้รับการพัฒนาโดยกลุ่มของ Linux Foundation, Intel, Nokai, Novell และ AMD
Debian lenny で Java (Open JDK) を使う
•มกราคม 19, 2011 • ให้ความเห็นArmadillo 500/440 เผยแนวในการใช้ JAVA บน Linux Debian Lenny ครับ
ติดตามได้ใน Howto ด้านล่างนี้ครับ
Sent to you by JOE via Google Reader:
Debian lenny で Java (Open JDK) を使う
via 最新のHowto by on 1/17/11
Debian GNU/Linux 5.0 コードネーム “Lenny”(以下、Debian lenny と記述)をインストールしたArmadilloで、Java を動作させる方法を紹介します。Java のランタイムとして、OpenJDK を使用します。
おおまかな手順は以下のようになります。
Things you can do from here:
- Subscribe to 最新のHowto using Google Reader
- Get started using Google Reader to easily keep up with all your favorite sites
Take Note: Telnet サーバー サービスを有効にする
•มกราคม 12, 2011 • ให้ความเห็นTelnet サーバー サービスを有効にする
更新日: 2010年3月
http://technet.microsoft.com/ja-jp/library/cc732046(WS.10).aspx
適用対象: Windows 7, Windows Server 2008, Windows Server 2008 R2, Windows Vista
Telnet サーバーは、ネットワーク サービスです。Windows Vista または Windows Server 2008 をインストールするときに、Telnet サーバー サービスを構成するファイルがコンピュータにコピーされますが、これらのファイルは実行できる状態にはありません。Telnet サービスは、最初は無効になっています。必要なときに開始できるように、このサービスを構成して有効にする必要があります。定期的に使用される Telnet サーバーでは、Windows の起動時に毎回自動的に Telnet サーバー サービスが開始するように構成した方がよい場合もあります。手動で Telnet サーバー サービスを開始する場合にのみ、このサービスが開始されるように構成することもできます。
この手順を実行するには、ローカルの Administrators グループのメンバシップ、またはそれと同等のメンバシップが最低限必要です。
… ..
こちらも、あったね。。英語版げど・・・
The tlntadmn commands allow you to remotely manage a computer running Telnet Server. These commands are run from the command prompt. Used without parameters, tlntadmn displays local server settings.
Syntax
tlntadmn [\\RemoteServer] [start] [stop] [pause] [continue]
Parameters
\\RemoteServer: Specifies the name of the server that you want to manage. If you do not specify a server, the local server is assumed.
start: Starts Telnet Server.
stop: Stops Telnet Server.
pause: Interrupts Telnet Server.
continue: Resumes Telnet Server.
/?: Displays help at the command prompt.
Remarks
| • | You can remotely administer a computer running Telnet Server using the tlntadmn commands if both computers are running Windows XP. You can not use the tlntadmn commands to remotely administer a computer running Windows 2000 and Telnet Server from a computer that is running Windows XP. |
To administer Telnet sessions
และแล้วก็ได้เวลาเผยโฉม Honda CIVIC 9th Generation
•มกราคม 12, 2011 • ให้ความเห็น
ที่มา Car Watch Impress 2011011
ณ วันที่ 10 มกราคม 2554 ตามเวลาท้องถิ่นประเทศสหรัฐอเมริกา อเมริกัน ฮอนด้า มอเตอร์ ได้เปิดแถลงข่าวเปิดตัว Generation ที่ 9th ของรถยนต์ตระกูล Honda Civic หรือ Honda Civic 2012 ซึ่งได้นำเสนอต่อสื่อมวลชล ด้วยกัน 2 รุ่นคือ Civic Si Concept (Sport Coupe) และ Civic Concept (Sedan Type) ที่งาน ดีทรอยด์มอเตอร์โชว์ สหรัฐอเมริกา
นับว่าเป็นโฉมใหม่และลุคใหม่ของรถตระกูล Honda Civic เลยทีเดียว และตามแผนการตลาดแล้วทางฮอนด้าคาดว่าจะวางจำหน่ายที่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงต้องฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจะวางจำหน่ายทั้งรุ่นที่เป็น แก๊สโซลีน, Hybrid และ รุ่นที่เป็น ก๊าซธรรมชาติ
Civic Concept รุ่น Sedan

Concept Sport Coupe












แด่แฟนๆ Longines Hydro Conquest
•มกราคม 10, 2011 • ให้ความเห็น
เป็นหนึ่งใน Diver Chronograph Series จากค่าย Longines ครับ เนื้องานระดับ Swiss Made คงไม่ต้องพูดถึงครับ เพราะงานจาก Longines จัดเป็นระดับ Top Swiss Brand และมีความคุ้มค่าอยู่ในตัว Bezel เป็น Stainless Steel กระจกเป็น Sapphire Crystal พร้อมเคลือบ Anti-Reflect จากด้านใน(under side) ตัว Crown (เม็ดมะยม) เป็นแบบ Screw-in หน้าปัด 41 mm ดำน้ำลึกที่ระดับ 300m
Movement เป็น in-house จาก Longines ใน series L667 ซึ่งมีระดับ beating ที่ 28,800 bph จัดอยู่ระดับ Hi Beat Rate ทีเดียวซึ่งพอๆกับ SEIKO Marine Master เลยครับ ส่วน Power Reserve อยู่ที่ 46 ชั่วโมงครับ
รุ่นนี้ไม่ขายใน Japan แล้วจ๊ะ
•มกราคม 9, 2011 • ให้ความเห็นHonda Japan ประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว ตุลาคม 2010 Honda Civic 8th Gen. จะไม่มีการวางจำหน่าย
ทั้งนี้หลายๆคนกำลังต้้งตารอ Civic 9th Gen.
และสำหร้บข่าว 9th Gen…(From wikipedia)
On December 13 2010, Honda unveiled a sketch of the new ninth-generation Civic which was described as “energetic, sleek and aerodynamic.” The car will be shown at the 2011 North American International Auto Show in January. The production version of the ninth-generation Civic based on the revealed concept will go on sale in spring 2011.
แล้วด้านล่างเป็นภาพเสกทของ 9th Gen. (From http://automobiles.honda.com/2012-civic/)

ซึ่งหน้าตาคับคล้ายคับคลากับ Civic Type R Euro เสียเหลือเกิน

Take Note: RS 232 Handshaking
•มกราคม 8, 2011 • 4 ความเห็นงานเข้าทีไรต้องหามาอ่านทุกที
… ..
In order that data can be exchanged on an RS 232 link, the control signals must indicate that the equipment at either end of the link is ready to send the data and ready to receive the data. This can be achieved in a number of ways, but one of the more common is to use the RTS , CTS, and DTR lines.
These lines are found in the Data Terminal Equipment, DTE and Data Communications Equipment, DCE as follows:
| LINE ABBREVIATION | LINE NAME | EQUIPMENT |
|---|---|---|
| RTS | Request to Send | DTE |
| CTS | Clear to Send | DCE |
| DTR | Data Terminal Ready | DTE |
The handshaking exchange to start the data flow is quite straightforward and can be seen as a number of distinct stages:
- RTS is put in the ON state by the DTE
- The DCE then put the CTS line into the ON state
- The DTE then responds by placing the DTR line into the ON state.
- The DTR line remains on while data is being transmitted.
At the end of the transmission, DTR and RTS are pulled to the OFF state and then the DCE pulls the CTS line to the OFF state. This series of handshake controls was devised to allow the DTE to request control of the communications link from the related modem, and then to let the modem inform the terminal equipment that the control has been acquired. In this way the communications will only take place when both ends of the link are ready.

RS232 handshaking signals
read more at http://www.radio-electronics.com/info/telecommunications_networks/rs232/signals-voltages-levels.php




ความเห็นล่าสุด