0

นรกชัง หรือสวรรค์แกล้งของ Flash Technology ละครดราม่าที่ไม่มีวันจบ

เคยมี Dev ท่านนึงกล่าวไว้ครับ ผมว่าฮาดี Flash ก็เหมือนแมลงสาบที่อยู่ในท่ามกลางสงคราม Web Browser ครับ จะรอดรึเปล่าคงต้องคอยดูกัน แต่ถ้ารอดสักวันท่านจะรู้ว่าเพราะเหตุใด 555+

Flash is like the cockroach. It’ll survive nuclear war and nobody knows why

by Jonathan Hart

มีข่าวแนวเกาเหลาประจำของคนเกลียด Flash ใน ZDNet 13 เหตุผล(Security updates) ที่ต้องเขี่ย Flash ให้ตกขอบ แต่จริงๆแล้วข่าวนี้ล้อเลียนเสียดสี Adobe Flash ครับ เพราะ Adobe เองพึ่งประกาศ Security Bulletin Update Oct 13, 2015 ทั้งหมด 13 CVE (แหม!! เลข 13 ของเค้าแรงจริงๆ) ซึ่งใน คหสต. ผมว่าน่าชื่นชมมากกว่าจะไปเสียดสีเค้านะครับ เพราะจะว่าไปแล้ว Adobe Flash ทำแบบนี้ก็เหมือนแสดงความรับผิดชอบต่อผู้ใช้และผู้พัฒนาครับ แฮ่ะๆ ซึ่ง Flash มักโดนประจำในข่าวแย่ๆก่อนใครเพื่อนโดยเฉพาะเรื่อง Security Vulnerability(ช่องโหว่)ก่อนใครเพื่อน ซึ่งจริงๆแล้วข่าว Security Flaw(ข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย) มันก็มีกันแทบทุกๆ Platform อยู่บ่อยๆ แต่จะไม่ค่อยดังเวลาเขียนข่าว แต่มันจะดังทุกครั้งไปถ้าเขียนถึง Flash 555+ (ซึ่งเหตุผลอยู่ที่อะไรนั้น เราท่านก็รู้ๆกันอยู่)

10357532_10156204897905457_8749612025819345429_n

ไม่มีหมวดหมู่
0

Startup Thailand กับ ยุค .com 2015

เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมามี Big News ในวงการ Startup ค่อนข้างมากครับ ก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วยกับ FlowAccount ครับที่ได้รางวัลชนะเลิศ AIS Startup 2015 ไป ซึ่งทั้งประสพการณ์และดีกรีของทีมนี้ ผมยอมรับเลยครับว่าโดดเด่นจริงๆ ผมเองก็เป็นอีกทีมนึงที่ได้เข้าไปประกวดในเวทีนี้ แต่ก็ยอมรับครับว่าตกรอบตั้งแต่รอบแรกเลยทีเดียว ก็คิดว่าคงต้องเก็บประสพการณ์และชั่วโมงบินในวงการนี้ต่อไป ส่วนอีกข่าวที่น่ายินดีก็เห็นจะเป็น GolfDigg รุ่นพี่ AIS Startup 2014 ก็พึ่งแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หรือเมื่อวานนี้อย่างสดๆ ร้อนๆครับ กับข่าวที่ฮือฮาวงการมากๆ (นี่ผมอินกับวงการตั้งแต่เมื่อไหร่? -.-!) คือ Rasing Fund ไปได้ 23.8ล้านบาท จาก InVent แห่ง InTouch ซึ่งจากที่ผมได้คลุกคลีและได้พูดคุยกับคุณแม๊ก GolfDigg CMO ก็ยอมรับว่าทั้งทีมและทั้งบริษัทเขาทำงานหนักและเป็นทีมกันจริงๆครับ น่ายินดีและน่านับถือจริงๆ และข่าวทั้ง 2 นี้ก็ทำให้วงการ Startup ยิ่งคึกคักและมีกระแสที่ร้อนแรงจริงๆครับ และจากที่ผ่านเวทีก็พบเจอหลายๆทีมครับ Startup หน้าใหม่ๆเกิดขึ้นกันเพียบ และโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนถ่ายเศรษฐกิจแบบ Digital Economy ซึ่งจะเป็นเศรษฐกิจยุคใหม่ของผม และคุณต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้

เพราะว่ายุคกำลังเปลี่ยนตามเวลา ตัวเราเองก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวอยู่เสมอ

ไม่มีหมวดหมู่
0

__20 อย่างที่ “Google” ทำได้ แต่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!!__

__20 อย่างที่ “Google” ทำได้ แต่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!!__Capture Before Chis-mas จะว่าไปนี่คือ Death Post 12/07/2014 ผมเอากลับมา Post ใหม่วันที่ 04/10/2015 เหลือเชื่อครับนี่มันเกิน 1 ปีไปแล้วหรือนี่ที่ผม Draft มันทิ้งไว้

ไม่มีหมวดหมู่
0

Roosevelt Game Vs Lean Startup

Photo on 9-28-2558 BE at 12.11 PM

The Lean StartUp by Eric Ries

ตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องของ Lean Startup อยู่ครับ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ERIC RIES มีพื้นฐานเดียวกับผมเลยคือเป็นทั้งวิศวกร และนักธุรกิจ หรือจะว่าไปก็คือเรามาจากเส้นทางเดียวกันครับ ช่วงกำลังอ่านๆเนื้อหาของเขาอยู่อาจจะจับประเด็นไม่ได้มากเนื่องจากผมลงทุนซื้อเล่มที่เป็น Text มาอ่าน พื้นเดิม English ก็ไม่ได้แข็งแรงเท่าไหร่ แต่จะค่อยๆจับประเด็นเท่าที่พอจะจับได้แล้วค่อย share ไปใน blog นะครับ

ตอนแรกอ่านๆ Lean Startup ไปแล้วนึกถึงชีวิตตัวเองและละครเรื่อง รูสเวสท์เกม(Roosevelt Game) เนื้อหาจะคล้ายๆกัน เรื่องราวที่ดีที่ผู้ที่เป็น Startup หรือ SME ในยุคนี้ต้องศึกษาครับ ส่วน ณ ปัจจุบันนี้ตั้งแต่ซื้อมาผมอ่านได้ถึงหน้า 53 แล้วครับ ถ้าจะจับประเด็นและข้อคิดคร่าวๆ และสังวรณ์ตัวเองคือ

Definition ตัวเราเองครับ เราคือ Startup หรือ Entrepreneurship ใช่หรือไม่?

ชีวิตประจำวันเราต้องเข้าใจ Role-playing หรือบทบาทตัวละครของตัวเราเองครับ ว่าเราเล่นบทอะไรมนุษย์เรามีข้อจำกัดครับ ทุกคนมี 2 มือ 2 เท้า 1 หัวเท่านั้น และ 1 วันก็มีแค่ 24 ชั่วโมง ฉะนั้นเราทำทุกอย่างมหาศาลพร้อมๆกัน เพียงลำพังคนเดียวไม่ได้หรอกครับ ต้องทำงานเป็นทีม และมีการวางตำแหน่ง และบทบาทผู้เล่นตัวละครแต่ละคนไว้ครับ และพึงระรึกไว้เสมอว่าทุกตัวละครทุกบทบาทมีความสำคัญในละครชีวิตเรื่องนี้ไม่ด้อยไปกว่ากัน ฉะนั้นตัวเราเองมาจากสาย programmer หรือ วิศวกร แล้วคิดจะทำธุรกิจบนเส้นทางของ Entrepreneur จะใช้เพียงแต่มุมมองหรือ Mind Set แบบเดิมๆไม่ได้แล้วครับ ต้องปรับทัศนะคติใหม่ ต้องเข้าใจในบทของ Entrepreneur ให้แจ่มแจ้งว่า “Entrepreneurship is a kind of management” จากเดิมที่เคยคิดแต่เรื่องของ Product Development อย่างเดียวคงไม่ได้แล้ว คงต้องแบ่งเวลาคิดเรื่อง Financial Aid, Partner, Sales, Marketing, User/Customer, In-Come, Cash Flow และอื่นๆอีกมากมาย ERIC เองก็มีประสพการณ์เช่นเดียวกับผมคือทุ่มเวลาสร้าง Product ที่ดีที่สุดออกมาเขาใช้เวลาทุ่มเทรวม 6 เดือน หรือ 180 วัน แต่ของผมสร้างมานับแรมปี แต่สุดท้ายเราได้ผลลัพท์เดียวกันคือ Features มากกว่าครึ่งของ Product เรานั้นลูกค้าไม่ได้ต้องการเลยสักนิดเดียว นั่นคือปัญหาที่ต้องกลับมานั่งคิดว่า 6 เดือนหรือ 1ปีที่ผ่านมา ตอนวางแผนเราพลาดเรื่อง Customer Really Want (without ask หรือ Customer Behavior) ไปได้อย่างไร ถ้าเรารู้จักเข้าใจ Customer Really Want ตั้งแต่แรกเราจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่านี้หลังจาก Release Product เราควรจะเข้าใจเรื่อง Validated Learning (1 of Lean Startup Method) ให้แจ่มแจ้งและหาวิธีที่จะทบทวน Process นี้ใน Flow: Product Strategy Vision อย่างสม่ำเสมอ

e m w o r k

ชีวิตจริงผมก็ Drama ไม่แพ้เรื่องนี้ครับ

Roosevelt Game รูสเวสท์เกม Roosevelt Game รูสเวสท์เกม

Roosevelt Game รูสเวสท์เกม review @ Pantip

View original post

ไม่มีหมวดหมู่
0

“ตอนนี้เรากำลังดันทุรัง” หรือว่า “กำลังสู้ไม่ถอย”

ผมได้อ่านกระทู้นึงในPantip รู้สึกเลยครับว่ามันใช่ เจ้าของกิจการ IT กำลังจะ “เจ๊ง” กำลังจะหาเงินจ่ายหนี้ไม่ทัน ผมจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรดี? แรกๆอ่านแล้วเศร้าเคล้าดราม่าครับ แต่พอได้อ่านความคิดเห็นอันนึงมันทำให้สร้างแรงบันดารใจครับ เลยอยากจะแชร์สิ่งดีๆนี้ไว้ให้คนทีผ่านมาเจอครับ

ความคิดเห็นที่ 96
ผมเองทำกิจการมาประมาณ 10 ปีครับ เคยมีประสบการณ์ในธุรกิจ IT เช่นเดียวกันในช่วงแรกๆ หลังจากผ่านไปได้ 3 ปีก็เล็งเห็นว่าเป็นธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เร็ว และก็ตรวจสอบตัวเองว่าเรามีความสามารถเหนือกว่าคนอื่นจริงหรือไม่ ผมยอมรับกับตัวเองว่าไม่สามารถเหนือกว่าคนอื่นได้จริง ผมจึงตัดสินใจรีบเก็บเงิน ใช้ให้น้อย ผมมีรายได้ประมาณ 3 แสนกว่าบาทต่อเดือน นั่งรถเมล์ ซื้อคอนโดถูกๆ (5 แสน) หลังจากเก็บเงินได้หลักล้าน ผมจึงตัดสินใจลงทุนในธุรกิจอื่นที่มี cycle ช้ากว่า IT และ Focus เพียงธุรกิจเดียว ส่วนธุรกิจเดิมนั้นผมตัดสินใจให้หุ้นกับลูกน้องที่อยู่ด้วยกันมาแต่เริ่มต้นบางส่วน และดำเนินกิจการได้จนถึงปัจจุบัน แต่กำไรนั้นน้อยมากจนแทบไม่มีในบางเดือนครับ แต่ก็ยังประคับประคองชีวิตของพนักงานไปได้อย่างไม่ลำบาก

คำแนะนำสำหรับคำถาม 3 ข้อนั้นผมเห็นด้วยกับเม้นบนๆครับ ผมจึงไม่ขอให้คำแนะนำเพิ่มครับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมไม่สามารถแนะนำได้ แต่แชร์ให้เก็บไปคิดครับ ไม่ได้แปลว่ามันจะถูกนะครับ

“ตอนนี้เรากำลังดันทุรัง” หรือว่า “กำลังสู้ไม่ถอย”

ในธุรกิจใหม่ของผม จากเงินที่ผมมีประมาณ 5 ล้านบาท ผ่านไป 6 เดือน ผมเหลือเงินในบัญชีหลักหมื่นบาท และเมื่อจ่ายเงินเดือนพนักงานไปหมด ผมเหลือเงินเพียงแค่หลักพันในบัญชีครับ ในขณะที่คชจ.ปัจจุบันผมมีหลักแสนต่อเดือน มีลูกสาว 1 คน 2 ขวบ วินาทีนั้นผมแทบร้องไห้ เครียด เข้าใจคนที่คิดฆ่าตัวตายขึ้นมาทันที มีคำถามนึงผุดขึ้นมาในหัวผมว่า “ตอนนี้เรากำลังดันทุรัง” หรือว่า “กำลังสู้ไม่ถอย” กันแน่ …. ผมไม่รู้คำตอบจริงๆครับ ว่าความจริงมันคืออะไร แต่ผมตัดสินใจทำต่อ ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงของครอบครัวทุกคน ไม่ว่าจะพ่อ แม่ ภรรยา แต่ผม focus สุดๆครับ วิเคราะห์ทุกเม็ด ละเอียดที่สุดในทุกๆเรื่อง ผ่านมาอีก 6 เดือน ผมกลับมามี 5 ล้านบาทอีกครั้ง พร้อมกับประสบการณ์ 1 ปีในธุรกิจใหม่ที่จะทำให้ปีที่ 2-3 ของผมนั้น ราบรื่นมากขึ้น แต่ก็ไม่ประมาท

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากจังหวะนั้นคือ ไม่มีใครบอกได้ว่า “เรากำลังดันทุรัง” หรือ “กำลังสู้ไม่ถอย” นอกจากตัวเราเองครับ
อีกสิ่งที่มองเห็นชัดมากคือ เราควรให้ความสำคัญกับ “ความเสี่ยง” มากกว่า “การเติบโต” ครับ เพราะหากเราดำเนินธุรกิจด้วยความคิดที่ต้องการเติบโตมากจนลืมมองความเสี่ยงละก็ เมื่อเวลาที่ไม่เป็นใจมาถึง เราจะล้มทั้งยืนครับ การจัดการกับความเสี่ยงนั้นง่ายมากครับ เพียงแค่เราเก็บ “เงินสำรอง” สำหรับธุรกิจก่อน อย่างน้อย 6 เดือนครับ ผมเห็นได้ชัดว่าเงินที่จขกท.ได้จากธุรกิจนั้นนำไปจ่ายให้กับเรื่องส่วนตัว โดยอาจจะประมาท ไม่ได้เก็บเงินสด สำรองสำหรับธุรกิจถึง 6 เดือนแน่ๆใช่ไหมครับ คนส่วนใหญ่อาจจะมองว่าเงินสำรอง 6 เดือนนั้น มากพอที่จะลงทุนสร้างผลกำไร สร้างการเติบโตให้บริษัท ดีกว่านอนอยู่เฉยๆ และนั่นคือกับดักครับ ถ้าเราสังเกตบริษัทในตลาดหุ้นที่รอดจากวิกฤติปี 40 ได้ล้วนแล้วแต่เพราะ “เงินสำรอง” ทั้งสิ้นครับ เห็นแบบนี้แล้วต่อไปหากว่าธุรกิจของจขกท.สามารถรอดจากบททดสอบนี้ไปได้ก็ขอให้ตระหนักถึง “ความเสี่ยง” ให้จงหนักครับ

สุดท้าย ผมขอให้จขกท.ตัดสินใจตามสัญชาตญาณของตัวเอง อย่าฟังคนรอบข้างมากนัก เรียนรู้ให้เร็ว ปรับตัวให้เร็ว ขอให้โชคดีครับ

อ้อ เห็นได้ชัดอีกอย่างว่าจขกท.ขาดการวิเคราะห์ธุรกิจนะครับ แนะนำให้หาความรู้เรื่องนี้มากๆครับ หากเราเป็น freelance หรือ โปรแกรมเมอร์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง คุณอาจไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องพวกนี้ แต่หากคุณคือเจ้าของธุรกิจ คุณก็ควรให้ความสำคัญกับ “ธุรกิจ” เป็นอันดับ 1 ครับ business plan, marketing plan, hr plan, production plan แผนต่างๆเหล่านี้ หากเราทำมันทั้งหมด จะทำให้เรามองเห็นธุรกิจเราเองชัดมาก และ “เจ๊ง” ยากมากครับ

ไม่มีหมวดหมู่